วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องที่ฉันชอบ



โคนัน
คุโด้ ชินอิจิ นักสืบหนุ่ม นักเรียนมัธยมปลาย โรงเรียนเทย์ตัน ซึ่งกำลังโด่งดังสุดขีด เพราะคลี่คลายคดียากๆมาหลายคดี และได้เป็นผู้ช่วยของส.เมงูเระด้วย วันหนึ่ง ชินอิจิ ได้ไปเที่ยวด้วยกันกับ โมริ รัน เพื่อนรัก และเผอิญได้พบกับกลุ่มชายชุดดำท่าทางน่าสงสัย ด้วยความที่เป็นคนช่างสงสัย ชินอิจิก็ได้สะกดรอยตามเขาไป และก็ได้ยินเรื่องที่เขาคุยกับ แต่ทว่า ชินอิจิก็โดนชายชุดดำลอบทำร้าย และโดนจับกรอกยา จนทำให้ตัวหดเล็กลงกลายเป็นเด็กอายุ 6ขวบ พอรู้สึกตัว ชินอิจิก็รีบไปหาดร.อากาสะ เพื่อขอความช่วยเหลือ และดร.ก็กำชับว่าอย่าบอกใคร พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่ว่า เอโดงาวะ โคนัน จากนั้น ก็ย้ายไปอยู่สำนักงานนักสืบซึ่งก็เป็นบ้านของรันนั่นเอง เพื่อสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับชายชุดดำไปในตัวด้วย แต่จนแล้วจนเล่าสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับชายชุดดำก็ยังไม่คืบหน้า แถมนักสืบที่ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวอย่าง โมริ โคโกโร่ พ่อของรันนั้นกลับมีชื่อเสียงมากขึ้นทุกวัน แถมต้องมาร่วมกลุ่มเด็กๆชมรมนักสืบรุ่นจิ๋วด้วย แต่จนกระทั่งวันนึงก็มีเด็กผู้หญิงลึกลับคนหนึ่ง ได้ปรากฎตัวขึ้น ซึ่งเธอคือ ไฮบาระ ไอ เธอบอกกับชินอิจิ ว่า เธอเป็นคนผลิตยาที่ชินอิจิถูกกรอก ซึ่งยานั่นก็คือ APTX 4869 และเธอก็ได้หลบหนีออกจากองค์กรลับนั่น เนื่องจากไม่พอใจการกระทำของคนในองค์กร ดังนั้น เขา(โคนัน)และเธอจะต้องช่วยกันสืบหาเบาะแสและจัดการกับองค์กรชุดดำ รวมถึงการกลับมาเป็นร่างเดิมของพวกเขาทั้งคู่ ..........







อินุยาฉะ
"อินุยาฉะ"เป็นครึ่งอสูรที่มีพ่อเป็นจอมอสูรผู้ยิ่งใหญ่ แต่มีแม่เป็นมนุษย์ จึงทำให้อินุยาฉะมีปมด้อยเนื่องจากไม่มีใครยอมรับ และทำให้เขาต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณ เพื่อที่จะทำให้เขากลายเป็นอสูรอย่างเต็มตัว แต่เขาก็พลาดท่าถูก "คิเคียว" ปิดผนึกให้หลับไหลอยู่ข้างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถึง 50 ปี เพราะโจรป่าโอนิงูโมะหรือ "นาราคุ" (นาราคุ แปลว่า นรก) มีความต้องการในตัวคิเคียวจึงทำให้ลูกแก้วแปดเปื้อนและทำให้ทั้งคู่ผิดใจกัน ส่วนลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้หายสาบสูญไป พร้อมกับชีวิตที่ดับสูญของคิเคียวในเวลาต่อมา มาถึงในยุคปัจจุบัน คาโงเมะสาวน้อยวัยมัธยมต้น เธอคือคิเคียวที่กลับชาติมาเกิดได้รับสิ่งๆ หนึ่งจากคิเคียว คือพลังในการปราบปีศาจ การมองเห็นลูกแก้วสี่วิญญาณ และมีลูกแก้วสี่วิญญาณที่หายสาบสูญไปพร้อมกับการตายของคิเคียวอยู่ในตัว แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อ "คาโงเมะ" ได้ถูกปิศาจตะขาบลากไปในยุคแห่งสงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจ (ยุคของอินุยาฉะ) ผ่านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่าบ่อกินกระดูก ทำให้อินุยาฉะได้ตื่นจากการหลับไหล
นับจากนั้นเป็นต้นมา ก็เป็นการเปิดฉากการแย่งชิงลูกแก้วสี่วิญญาณที่แตกเป็นเสี่ยงๆ อินุยาฉะได้ต่อสู้กับ "เส็ตโชมารู" ผู้เป็นพี่ชายที่เป็นอสูรเต็มตัว เพื่อแย่งชิงดาบเขี้ยวอสูร และแล้วอินุยาฉะก็ได้ครอบครองดาบเล่มนี้ และใช้เป็นอาวุธคู่กาย เพื่อช่วยในการค้นหาเศษลูกแก้วสี่วิญญาณ อันเป็นสงครามที่ดุเดือดเกินกว่าจะคาดเดา ในระหว่างการเดินทาง อินุยาฉะได้เจอกับ "ชิปโป" ลูกของปิศาจจิ้งจอก, "มิโรคุ" นักบวชทุศีล จอมลามก, "ซังโกะ" ลูกหัวหน้าหมู่บ้านนักปราบปิศาจ ที่มากับคิราระ เพื่อนคู่ใจ และยังได้เจอกับโคงะ อสูรหมาป่า ซึ่งไม่ถูกกับอินุยาฉะ อินุยาฉะ, คาโงเมะ, ชิปโป, มิโรคุ, ซังโกะ และคิราระ ก็ต้องเดินทางร่วมกัน เพื่อจัดการกับนาราคุ และร่างแบ่งภาคของนาราคุที่ฝากความแค้นให้ทุกคนไว้ กับเรื่องความรักที่แทรกเข้ามาในการเดินทางครั้งนี้อีกด้วย ถึงอินุยาฉะจะแสดงนิสัยไม่ดี แต่ความจริงลึกๆ มีนิสัยที่ดีซ่อนอยู่ คาโงเมะจึงแอบชอบอินุยาฉะโดยไม่รู้ตัว





ที่มา









วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย


มัลติมีเดีย ที่มาของการขยายเทคโนโลยีเครือข่าย


มัลติมีเดีย เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มัลติมีเดียเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์แสดงผลในลักษณะการผสมของสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว วิดิโอ โดยเน้นการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้
มัลติมีเดียจึงต้องการช่องสัญญาณสื่อสารที่มีแถบกว้างสูง รองรับการทำงานแบบสองทิศทาง โดยเน้นการย่นย่อระยะทางจากที่ไกล ๆ ให้เสมือนอยู่ชิดใกล้ โต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็ว
มัลติมีเดียมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่สี่ประการ ประการแรกคือต้องมีคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเห็นหรือได้ยิน และสามารถโต้ตอบมีปฏิสัมพันธ์ได้ ประการที่สองคือมีการเชื่อมโยงสื่อสารเพื่อทำให้สื่อต่าง ๆ ไหลเข้ามาเชื่อมโยงเกี่ยวกันและนำเสนอออกไปได้ ประการที่สามต้องมีเครื่องมือที่ทำให้เราท่องไปในเครือข่ายที่เชื่อมโยงข่าวสารต่าง ๆ ประการสุดท้ายคือ มัลติมีเดียต้องเปิดช่องทางให้เราในฐานะผู้ใช้ สามารถสร้าง ประมวลผล และสื่อสารข่าวสารต่าง ๆ ได้
หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ไม่สามารถเรียกว่า มัลติมีเดียได้ เช่น ถ้าขาดคอมพิวเตอร์ที่จะทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบได้ สิ่งนั้นก็จะไม่ใช่มัลติมีเดีย แต่น่าจะเรียกว่า การแสดงสื่อหลายสื่อ ถ้าขาดการเชื่อมโยงสื่อสาร ก็เหมือนกับเป็นชั้นหนังสือ ถ้าขาดเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ทำให้ท่องไป หรือให้เรามีส่วนเข้าไปปฏิสัมพันธ์ด้วย ก็จะเหมือนกับดูภาพยนตร์ และถ้าขาดช่องทางที่ให้ผู้ใช้เข้ามีส่วนร่วมได้ ก็จะเหมือนกับโทรทัศน์
มัลติมีเดียจึงเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลายอย่างที่ประกอบกัน ทั้งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และระบบสื่อสารข้อมูล การพัฒนาของเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าในทุกทิศทาง
มัลติมีเดียประกอบด้วยเทคโนโลยีการสร้างและประมวลผลวิดิโอ ภาพเคลื่อนไหว เสียง ข้อความ ที่ผสมกับภาพ และเมื่อมีการสื่อสารร่วมด้วยระบบสื่อสารข้อมูลจึงต้องการแถบกว้างทางการสื่อสารที่สูง และให้มีการรับส่งข้อมูลได้เร็ว
ลองนึกดูว่า หากต้องการส่งหรือรับข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ภาพเคลื่อนไหวก็ดี เสียงก็ดี จะต้องมีความต่อเนื่อง จะขาดหายเป็นช่วง ๆ ไมได้ คุณภาพของระบบมัลติมีเดียจึงเกี่ยวโยงกับระบบสื่อสาร
เทคโนโลยีมัลติมีเดียจึงอยู่ที่การประมวลผลข้อมูล ซึ่งต้องมีความรวดเร็วสูงมาก ปัจจุบันซีพียูของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ได้พัฒนาไปจนสามารถประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้ทัน
สิ่งที่สำคัญตามมาคือ เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล ข้อมูลวิดิโอก็มีเทคนิคการบีบอัดที่เป็นมาตรฐาน เช่น MPEG ข้อมูลเสียงก็มีเทคนิคการบีบอัดเป็น MIDI เป็นเสียงพูดที่บีบอัดด้วย ADPCM หรือแม้แต่รูปภาพก็บีบอัดเป็น GIF หรือ JPEG เป็นต้น การบีดอัดทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น และยังเก็บที่ที่เก็บที่ความจุลดลง
สำหรับระบบสื่อสารข้อมูลก็ต้องมีการรับประกันการบริการ กล่าวคือ การรับส่งข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง ข้อมูลที่ส่งมีลักษณะเป็นสายธาร ดังนั้นข้อมูลจะต้องถึงปลายทางตามกำหนดเวลา และให้รูปแบบที่ต่อเนื่องได้
พัฒนาการของระบบเครือข่ายข้อมูลข่าวสารจึงต้องได้รับการพัฒนาให้รองรับในระบบสื่อสารข้อมูลทั่วไป เราแบ่งแยกการรับส่งเป็นสองแบบ คือ โปรโตคอลที่เชื่อมโยง (Connection Protocol) และโปรโตคอลที่ไม่เชื่อมโยง (Connectionless Protocol)
โปรโตคอลที่เชื่อมโยงหมายถึง ก่อนการรับส่งสายธารของข้อมูลจริง จะต้องมีการ ตรวจสอบ สำรวจหาเส้นทาง เพื่อให้ตัวรับและตัวส่งเชื่อมโยงกันให้ได้ก่อน จากนั้นสายข้อมูลจึงจะไหลไปตามการเชื่อมโยงนั้น ส่วนโปรโตคอลที่ไม่เชื่อมโยง อาศัยการส่งแพ็กเก็ตข้อมูลที่มีการกำหนดแอดเดรสไว้บนแพ็กเก็ต อุปกรณ์สื่อสารบนเส้นทางจะส่งต่อกันไปจนถึงปลายทางได้เอง
ความต้องการใช้มัลติมีเดียบนเครือข่ายจึงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ พัฒนาการจึงต้องรองรับการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ ที่มีอยู่บนเครือข่าย ซึ่งนับวันจะมีความต้องการสูงมากยิ่งขึ้นต่อไป
เริ่มจากการสื่อสารแบบบรอดคาส (Broadcast) กล่าวคือ สถานีบริการหนึ่งสามารถส่งกระจายข่าวสารมัลติมีเดียไปให้กับผู้ขอใช้บริการ (client) ได้ทุกเครื่องบนเครือข่ายในขณะเดียวกัน เช่นถ้า เชิร์ฟเวอร์เป็นสถานีบริการทีวี ก็จะกระจายไปยังผู้ชมที่อยู่บนเครือข่ายได้ทุกคน เป้าหมายที่สำคัญต่อมาคือ ต้องการให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์ได้ หรือโต้ตอบกลับได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้ชมสามารถร่วมเล่นเกมโชว์จากทางบ้านได้
การสื่อสารแบบยูนิคาส หรือพอยต์คาส (unicast or pointcast) เป็นการกระจายข่าวสารจากเชิร์ฟเวอร์ไปยังไคลแอนต์ในลักษณะเจาะจงตัวเป็นแบบหนึ่งเดียว เช่น เชิร์ฟเวอร์เป็นสถานีบริการข่าว ผู้ใช้อยู่ที่บ้านต้องการรับข่าวสารก็สามารถบอกรับ โดยเลือกหัวข้อข่าวสารต่าง ๆ ตามที่ตนเองสนใจ เมื่อเชิร์ฟเวอร์มีข่าวใหม่ในหัวข้อที่ผู้ใช้คนใดสนใจก็จะติดต่อส่งข่าวสารมาให้
การสื่อสารแบบมัลติคาส (multicast) การสื่อสารแบบนี้แตกต่างจากแบบบรอดคาสอยู่บ้าง เพราะบรอดคาสกระจายข่าวสารทั่วทั้งเครือข่าย แต่มัลติคาสกระจายแบบเจาะจงไปยังผู้ใช้ตามที่ได้เรียกขอมา
หากพิจารณาดูว่ามีข่าวสารแบบมัลติมีเดียอยู่มากมายวิ่งอยู่บนเครือข่าย มีการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ทีวีบอกรับ การให้บริการข่าวหนังสือพิมพ์ การให้บริการคาราโอเกะ การเรียนการสอนทางไกล การบริการทางการแพทย์ การซื้อขายของบนเครือข่าย ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดียและเครือข่ายทั้งสิ้น
สายข้อมูลที่วิ่งบนเครือข่ายคงต้องการแถบกว้างของระบบสื่อสารอีกมาก ต้องการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงที่รองรับการให้บริการต่าง ๆ เหล่านี้ ลองนึกดูว่า สถานีบริการวิทยุ (real audio) หรือบริการทีวี (real video) ต้องส่งสายข้อมูลไปให้ผู้ใช้จำนวนมากบนเครือข่าย จะทำให้เกิดปัญหาความซ้ำซ้อนของสายข้อมูล ปัญหานี้สามารถลดได้ด้วยการส่งสายข้อมูลเพียงสายเดียวในเครือข่าย อุปกรณ์สวิตชิ่งจะต้องส่งกระจายไปหลายที่ตามที่ผู้ใช้ต้องกรได้เอง ลักษณะการส่งกระจายบนเครือข่ายแบบนี้เรียกว่า มัลติคาสแบ็กโบน (MBONE - Multicast Backbone)
เทคนิคของระบบสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายยังคงต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก เพื่อรองรับกระแสการประยุกต์ใช้มัลติมีเดียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และพัฒนาการที่จะสร้างระบบจำลองบนไซเบอร์สเปซ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกมาก
โลกในเครือข่ายหรือไซเบอร์สเปซ จึงฝากไว้กับการพัฒนาเทคโนโลยี

เขียนโดย : รศ.ยืน ภู่วรวรรณLast update : 04/03/1999

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เทคโนโลยีสมัยใหม่

Net Book คอมพิวเตอร์เครื่องจิ๋วทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

คอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก (Net Book) นับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กลุ่มใหม่ที่มีความแตกต่างจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กทั่วๆ ไป เพราะมีขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้งานง่าย และมุ่งใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดเป็นเครื่องแรกสำหรับตัวอง หรือมองหาความสะดวกสบายสำหรับการพกพาคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องที่สองไปในที่ต่างๆ เพื่อทำงานง่ายๆ หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ท่องเว็บ รับส่งอีเมล เล่นโปรแกรมแช็ต และร่วมวงสังคมออนไลน์ อัพเดตข้อมูลของตัวเองใน Hi5 หรือ Facebook รวมทั้งดูรูปหรือวิดีโอออนไลน์ และเล่นเกมออนไลน์ง่ายๆ อีกด้วย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้อะไรได้มากกว่าที่คุณคิด
หลายคนอาจสงสัยว่าด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัดอาจทำให้เน็ตบุ๊กมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น หน่วยความจำของเครื่องที่มีความจุสูงสุดเพียง 20 GB เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเก็บข้อมูลไว้บนเครื่องได้ไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นเพลง รูปภาพ หรือไฟล์อื่นๆ แต่แล้วทำไมเน็ตบุ๊กยังคงเป็นที่นิยม คำตอบง่ายๆ เลยเพราะ เน็ตบุ๊ก ใช้เทคโนโลยี อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ (Intel® Atom™ processor) ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ขนาดเล็กที่สุดของอินเทล สร้างขึ้นมาจากทรานซิสเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งผลิตโดยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร และเทคโนโลยี hi-k metal gate ที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมขณะนี้ เมื่อโปรเซสเซอร์มีขนาดเล็ก ตัวเครื่องจึงสามารถทำให้มีขนาดเล็กและดีไซน์สวยงามได้อีกด้วย นอกจากนี้กูรูด้านไอที ยังมีคำแนะนำเก๋ๆ ที่จะช่วยให้เราใช้เน็ตบุ๊กได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก กับบริการด้านต่างๆ และที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสำหรับบริการเหล่านี้
1) เก็บข้อมูลออนไลน์
ในปัจจุบันมีเว็บไซต์มากมายที่ให้บริการการเก็บข้อมูลไฟล์ขนาดใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าต่างๆได้ สำหรับข้อมูลนั้นไม่ว่าจะเป็นความลับ หรือไม่ลับที่ต้องการให้ใครก็ได้เข้าไปดูข้อมูลนี้ก็ได้ เช่น
http://www.xdrive.com/ และ http://www.skydrive.live.com/ ที่คุณสามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 5 GB ซึ่งการเก็บข้อมูลไว้ในระบบออนไลน์นี้ยังจะช่วยให้ข้อมูลไม่สูญหายในกรณีที่คอมพิวเตอร์เกิดความเสียหายอีกด้วย
2) อินเทรนด์กับคอลเลคชั่นเพลงฮิตออนไลน์
คุณสามารถฟังเพลงได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มีทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศและยังสามารถดูได้ด้วยว่าตอนนี้เพลงไหนกำลังฮิตที่ไหน ทำให้ไม่มีวันตกเทรนด์ จากเว็บต่าง ๆ เช่น
http://www.last.fm/ และ http://www.jango.com/ หรือถ้าอยากฟังวิทยุออนไลน์ ก็สามารถเข้าไปได้ที่ http://radio.kapook.com/ หรือ
http://www.atimemedia.com/radio/fm1065.html เพื่อเลือกฟังคลื่นที่ชอบได้เลย หรือจะเข้าไปที่ http://bignose.exteen.com/ บล็อกที่รวมเพลงฮิตทั้งเก่าและใหม่พร้อมมิวสิกวิดีโอให้เลือกชมมากมาย


3) เม้าท์หรือเม้นท์กับกลุ่มเพื่อนของคุณ
เน็ตบุ๊กหลายๆ รุ่น เช่น Eee PC ของ Asus มีการดาวน์โหลด โปรแกรม skype ไว้ให้พร้อมใช้งาน ทำให้คุณสามารถคุยกับเพื่อน หรือครอบครัวผ่านทางคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นถ้าอยากติดต่อกับกลุ่มเพื่อน หรืออัพเดทเรื่องของคุณให้กับเพื่อนๆ ได้รู้ ก็สามารถทำได้ด้วย เว็บยอดนิยมเช่น Hi5 หรือ facebook ที่มีให้บริการได้ฟรีอีกด้วย สำหรับเครื่องเน็ตบุ๊กที่ไม่ได้ใช้วินโดวส์และสามารถลงโปรแกรม วินโดวส์ แมสเซนเจอร์ได้ ขอแนะนำให้เข้าไปที่
http://www.meebo.com/ ซึ่งจะมีลิงค์ไปยังเว็บแชตต่าง ๆ มากมาย
4) จัดการกับภาพสวย ๆ ด้วยโปรแกรมออนไลน์
ถ้าอยากตกแต่งภาพด้วยวิธีง่าย ๆ ไม่ต้องลงซอฟท์แวร์ที่สลับซับซ้อนลองเข้าไปที่
http://www.picnik.com/ จะช่วยให้คุณสามารถปรับสี แสงเงา และขนาด ได้ด้วยเวลาเพียงน้อยนิด นอกจากนั้นคุณยังสามารถอัพโหลดรูปภาพของคุณขึ้นไปบนเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น http://www.flickr.com/ เพื่อแบ่งปันให้คนทั้งโลกได้ชื่นชมอีกด้วย
5) ทีวีพกพา
อีกหนึ่งประโยชน์ของเน็ตบุ๊กคือการดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันรายการต่าง ๆ ทั้งของไทยและของต่างประเทศ สามารถดูผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้คุณไม่พลาดรายการโปรดอีกต่อไป

แหล่งอ้างอิง

http://www.unlimitpc.com/index.

http://images.google.co.th/